วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2552
หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์
ที่มาของข้อมูล http://www.geocities.com/micro2comed/it1.htm
วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2552
สำหรับแม่........น้อยกว่านี้ได้ยังไง
คอยดูแลฉันจนฉันโตมาเท่านี้ ฉันจึงอยากบอกแม่ว่าฉันรักแม่มากมายคร้า
ไม่มีอะไรมาเท่าเทียมแม่ได้ "หนูรักแม่มากคร้า"
วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2552
กล่องดำที่อยู่ในเครื่องบิน
เมื่อใดก็ตามที่เกิดอากาศยานอุบัติเหตุ สองสิ่งแรกที่หน่วยกู้ภัยต้องรีบค้นหาคือ ผู้รอดชีวิตและอุปกรณ์บันทึกข้อมูลการบิน หรือที่เรียกกันว่า "กล่องดำ (Black Box)" เครื่องบินโดยทั่วไปจะต้องปฏิบัติตามกฎด้านการบิน ในการติดตั้ง "กล่องดำ" สองชนิดสำหรับบันทึกข้อมูลการบินเพื่อช่วยจำลองเหตุการณ์ก่อนหน้าที่จะเกิดอุบัติเหตุ โดยกล่องดำ 2 ชนิดนั้นมี ดังนี้
เครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบิน (The Cockpit Voice Recorder - CVR)
1. กล่องที่ชื่อว่า Cockpit Voice Recorder (CVR) โดย เครื่อง CVR จะบันทึกเสียงพูดของนักบิน รวมทั้งเสียงอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในห้องนักบิน โดยรับเสียงจากไมโคร- โฟนของนักบิน และไมโครโฟนที่ติดตั้งไว้ในแผงอุปกรณ์ด้านบนระหว่างนักบินทั้งสอง เสียงที่เกิดขึ้นในห้องนักบินทั้งหมดเช่น เสียงเครื่องยนต์ สัญญาณเตือน เสียงการ เคลื่อนไหวของฐานล้อ เสียงการกดหรือว่าปลดสวิตช์ต่างๆ เสียงการโต้ตอบการจราจรทางอากาศ การแจ้งข่าวอากาศ และการสนทนาระหว่างนักบินกับพนักงานภาคพื้น- หรือลูกเรือ จะถูกบันทึกไว้เพื่อประโยชน์ในการสอบสวน โดยจะนำไปพิจารณาประกอบกับค่าอื่นๆ เช่น รอบเครื่องยนต์ ระบบที่ผิดปกติ ความเร็ว และเวลา ณ เหตุการณ์ - นั้นๆ เครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบินแบบแถบแม่เหล็ก จะบันทึกเสียงได้ในช่วงเวลาประมาณ 30 นาที จากนั้นจะขึ้นรอบการบันทึกใหม่ ในขณะที่เครื่องบันทึกแบบหน่วย ความจำ สามารถบันทึกได้รอบละประมาณสองชั่วโมง
เครื่องบันทึกข้อมูลการบิน (The Flight Data Recorder - FDR)
2. กล่องที่ชื่อว่า Flight Data Recorder - FDR โดย เครื่อง FDR จะบันทึกสภาวะต่างๆ ในระหว่างปฏิบัติการบิน ตามกฎระเบียบสำหรับอากาศยานรุ่นใหม่ๆ จะต้อง มีการตรวจบันทึกข้อมูลที่สำคัญอย่างน้อย 11 ถึง 29 ประเภท ตามขนาดเครื่องบิน เช่น เวลา ระยะสูง ความเร็ว ทิศทาง และท่าทางของเครื่องบิน นอกจากนี้ FDR บาง เครื่องสามารถบันทึกสถานะต่างๆ ได้อีกมากกว่า 700 ลักษณะ ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับการสอบสวน รายการที่ถูกตรวจบันทึกพื้นฐานได้แก่ เวลา ระยะสูง ความเร็ว อัต- ราเร่งตามแนวดิ่ง ทิศทาง ตำแหน่งคันบังคับและอุปกรณ์บังคับการบินอื่นๆ ตำแหน่งของแพนหางระดับ อัตราการไหลของเชื้อเพลิง ด้วยข้อมูลที่อ่านได้จาก FDR จะทำ ให้คณะผู้สอบสวนอุบัติเหตุสามารถสร้างภาพเคลื่อนไหวของการบินได้ เจ้าหน้าที่สอบสวนสามารถมองเห็นภาพท่าทางเครื่องบิน ค่าที่อ่านได้จากเครื่องวัด การใช้เครื่อง ยนต์ และ ลักษณะอาการต่างๆ ของการบิน ภาพเคลื่อนไหวนี้ทำให้คณะผู้สอบสวน ทราบเหตุการณ์สุดท้ายของการบินก่อนเกิดอุบัติเหตุ
แม้อุปกรณ์ทั้งสองจะถูกเรียกว่า "กล่องดำ" แต่ตัวกล่องจริงจะมีสีแสดสะดุดตา และมีแถบสะท้อนแสงติดอยู่ เพื่อช่วยให้สังเกตง่าย เหตุที่เรียกว่า "กล่องดำ" อาจจะเป็น -เพราะ อุปกรณ์นี้มีสีดำในรุ่นแรกๆ หรือเรียกตามสภาพที่ดำเกรียม หลังจากถูกเผาไหม้
เมื่อเกิดอากาศยานอุบัติเหตุ อุปกรณ์ที่จะต้องคงสภาพมากที่สุดคือส่วน Crash-Serviable Memory Unit (CSMU) ของ CVR และ FDR แม้ตัวกล่องและส่วน-ประกอบอื่นๆ จะเสียหาย ดังนั้นอุปกรณ์นี้จะต้องได้รับการออกแบบให้ทนความร้อน, แรงกระแทก และแรงกด โดยผ่านการทดสอบต่อไปนี้
- ยิงอุปกรณ์นี้ให้กระทบเป้าอลูมิเนียมเพื่อให้เกิดแรงกระแทก 3,400 G (แรงโน้มถ่วงของโลก = 1 G)- ทดสอบความทนต่อการเจาะ โดยปล่อยก้อนน้ำหนักขนาด 500 ปอนด์ (227 กิโลกรัม) ที่มีเข็มเหล็กขนาด 0.25 นิ้ว อยู่ด้านล่าง ให้กระทบลงบน CSMU จากความสูง 10 ฟุต (3 เมตร)- ทดสอบด้วยแรงกด 5,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว เป็นเวลา 5 นาที บนทุกด้านของ CSMU- เผาด้วยความร้อน 2,000 oF (1,100 oC) นาน 1 ชั่วโมง- แช่ในน้ำเค็มนาน 24 ชั่วโมง- แช่น้ำนาน 30 วัน- ทดสอบความทนทานต่อของเหลวอื่นๆ เช่น เชื้อเพลิงเครื่องบิน, นำมันหล่อลื่น และสารเคมีดับเพลิง
สภาพกล่องดำหลังเกิดอุบัติเหตุ
เครื่องบันทึกแต่ละเครื่องจะต้องประกอบด้วยเครื่องแจ้งตำแหน่งใต้น้ำ (Underwater Locator Beacon - ULB) หรือเรียกว่า "pinger" เพื่อที่ช่วยการค้นหาในกรณีอุบัติเหตุเหนือน้ำ pinger จะทำงานเมื่อจมน้ำโดยจะส่งคลื่นเสียงความถี่ 37.5 kHz อุปกรณ์นี้สามารถส่งสัญญาณได้จากความลึกถึง 14,000 ฟุต หน่วยกู้ภัยจะใช้ - อุปกรณ์พิเศษที่เรียกว่า Pinger Locator System (PLS) ลากไปในน้ำเพื่อรับสัญญาณจาก "pinger" เพื่อค้นหาตำแหน่งของ "กล่องดำ" เมื่อพบกล่องดำแล้ว เจ้าหน้าที่จะขนส่งอย่างระมัดระวัง เพื่อนำไปเข้ากระบวนการตรวจสอบ โดยคงสภาวะเดิมให้มากที่สุด หากค้นพบในน้ำเครื่องบันทึกจะถูกส่งไปใน-ถังบรรจุพร้อมกับน้ำ เพราะหากเครื่องบันทึกแห้งลง ข้อมูลอาจสูญเสียไปได้ ด้วยอุปกรณ์และคอมพิวเตอร์ที่สลับซับซ้อน ข้อมูลที่บันทึกไว้จะได้รับการแปลงรูปแบบให้สามารถเข้าใจง่าย เพื่อนำไปประกอบกับหลักฐานอื่นๆ ในการพิจารณาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป หากเครื่องบันทึกไม่เสียหายมากนัก ผู้สอบสวนเพียงต่อเครื่องบันทึกเข้ากับเครื่องอ่าน ก็จะทราบข้อมูลได้ภายในสองสามนาที แต่บ่อยครั้งพบว่าเครื่องบันทึก-ที่ค้นหาได้จากซากเครื่องบินจะบุบสลายและถูกเผาไหม้ ในกรณีเช่นนี้ แผงหน่วยความจำจะถูกถอดออกมาทำความสะอาด และเชื่อมโยงเข้ากับเครื่องบันทึกอีกเครื่องหนึ่งที่มีSoftware พิเศษที่สามารถถ่ายเทข้อมูลได้ โดยไม่มีการเขียนทับหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล
ปริศนาเรืออาร์ตของโนอาร์

ในปี ค.ศ. 2959 นักบินที่ทำหน้าที่ทำแผนที่จากภาพถ่ายทางอากาศของ NATO ได้บังเอิญไปพบสิ่งประหลาดบริเวณที่สูงขึ้นมาจากตีนเขา ของเทือกเขา Ararar ราวๆ 15 ไมล์ ร้อยเอก Ilhan Durupinar แห่งกองทัพอากาศตุรกีรู้สึกพิศวงกับสิ่งประหลาดที่ค้นพบนั้น เขาจึงศึกษามันด้วยกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า stereoscopic และพบว่า สิ่งประหลาดดังกล่าว มีรูปทรงคล้ายกับเรือลำหนึ่ง เรื่องนี้ได้รับการตรวจสอบอีกทีโดยผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยโอไฮโอ Dr. Arthur Brandenberger โดยท่านด็อกเตอร์ยืนยันว่า ภาพถ่ายดังกล่าวเป็นของจริง และไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของแสงเงาแต่ประการใด ดูเหมือนว่าวัตถุที่รูปทรงคล้ายเรือลำนั้น จะเป็นอะไรที่ไม่ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมของเทือกเขามาตั้งแต่ต้น เพียงแต่ว่า... เรือลำเบ้อเริ่มลำนั้น ขึ้นไปทำธุระอะไรบนเทือกเขาสูงชันและหนาวเหน็บของตุรกีกันเล่าครับ? จากสถานที่ที่พบ สิ่ง-เดียวที่จะเชื่อมโยงปริศนาชิ้นดังกล่าว และเป็นสิ่งเดียวที่ผู้คนพอจะหวนระลึกถึงได้นั้นก็คือ เรืออาร์คของโนอาห์ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล
การค้นพบของนักบินชาวตุรกีผู้นั้น หาได้เป็นการค้นพบเรือปริศนาจากยุคสมัยแห่ง Genesis ตามพระคัมภีร์เป็นครั้งแรกไม่ เอกสารและบันทึกตั้งแต่สมัยโบราณหลายชิ้น ได้กล่าวอ้างถึงการพบเห็นเรือ(ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเรือ)อาร์คอยู่หลายต่อหลายครั้ง Epiphanius บิชอปแห่งซาลามิส ได้ทรงบันทึกส่วนพระองค์เป็นข้อสังเกตเอาไว้ว่า เรืออาร์ค น่าจะยังคงอยู่ในบริเวณที่เรียกกันว่า "mountains of the Gordians," แต่บรรดานักท่องเที่ยวที่ไปที่นั่น ก็ไม่ได้เห็นอะไรที่สื่อไปถึงโนอาห์เลยแม้แต่น้อยนอกจากดินที่แห้งผาก นักท่องเที่ยวในสมัยศตวรรษที่ 12 Benjamin of Tudela กล่าวว่า Omar Ben al-Khatab เป็นผู้ทรงสั่งเคลื่อนย้ายวัตถุดังกล่าว เพื่อทำตามพระประสงค์ของพระองค์ที่ทรงจะสร้างมัสยิด
จากหลักฐานและบันทึกที่ได้พบดังกล่าว นำมาซึ่งข้อโต้เถียงมากมาย เกี่ยวกับเรืออาร์คของโนอาห์ลำนี้ ว่ามันควรจะตั้งอยู่ในสถานที่ใดกันแน่ ก็เพราะว่าส่วนนึงในไบเบิลระบุว่า เรืออาร์คของโนอาห์อยู่ในเทือกเขา Ararat นี่เองแหละ นักศาสนวิทยาและนักโบราณคดีในสมัยก่อน จึงเล็งความสนใจไปที่ตัวภูเขา Ararat เอง ซึ่งสมัยนั้นไม่มีหรอกครับชื่อภูเขานี้ เพราะฉะนั้นต่อให้พลิกแผ่นดินหา เหมือนคิงอาร์เธอร์ตามหาจอกศักดิ์สิทธิ์ ก็ยังหาไม่เจออยู่ดี ทำไมน่ะหรือครับ? ก็เพราะว่า สมัยก่อนภูเขาดังกล่าวไม่ได้ชื่อนี้น่ะสิ ชื่อของมันที่เป็นที่รู้จักกันดีในสมัยโบราณก็คือ Amenia แถมข้อความในไบเบิลยังระบุเอาไว้แบบคลุมเคลือ จนแทบจะตีความไปได้ว่า เรืออาร์ค อาจจะจอดนิ่งอยู่บริเวณไหนเทือกเขาใดก็ได้ในแถบนั้น สำหรับในคัมภีร์อัลกุรอาน ซึ่งมีอีกเวอร์ชั่นหนึ่งของโนอาห์กับเรืออาร์ค ระบุเอาไว้ว่า เรือของโนอาห์จอดอยู่บนยอดเขาที่ชื่อ Judi
บุคคลปัจจุบัน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคนปีนขึ้นไปพบเรืออาร์คอย่างเป็นทางการ มีชื่อว่า James Bryce แห่งมหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ด Bryce ใช้กิจกรรมยามว่างทำโดยการปีนภูเขา Ararat เล่นในปี 1876 ที่ใกล้ๆกับบริเวณยอดเขา เข้าได้พบแท่งอะไรบางอย่างยาว 4 ฟุตโผล่ขึ้นมาจากน้ำแข็ง และอย่างไม่มีเหตุผลกลใดมาดลใจ ตัวเขาเองคิดว่า เจ้าสิ่งที่โผล่ขึ้นมานั้น น่าจะเป็นเรืออาร์คในตำนานอย่างแน่นอน ถัดมาในปี 1892 John Joseph Nouri นักสำรวจอีกผู้หนึ่งประกาศต่อสาธารณชนว่า เขาก็เคยพบเรืออาร์คลำดังกล่าวเช่นเดียวกัน หลังจากสำรวจและเข้าไปดูบางส่วนของลำเรือ เขาพบว่า ลำเรือมีความยาว 300ศอกดังที่บันทึกไว้ในไบเบิลทุกประการ
ภาพถ่ายจากเหนือชั้นบรรยากาศ ของเทือกเขา Ararat
ก่อนหน้าศตวรรษที่ 20 จะมาถึง มีนักสำรวจและทีมนักโบราณคดีมากมาย ได้ปีนภูเขาดังกล่าว เพื่อขึ้นไปดูสิ่งที่เชื่อกันว่าเป็นเรืออาร์คให้เห็นกับตา มีหลายทีมที่ได้สำรวจวัตถุดังกล่าวอย่างใกล้ชิด แต่แล้ว ... เรื่องน่าเศร้าที่เกิดกับวงการโบราณคดี ที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับวัตถุทรงค่าชิ้นนี้เป็นครั้งแรกก็เกิดขึ้น ใช่แล้วครับ เหตุผลทางด้านการเมือง และก็สงคราม ทำให้ทางรัฐบาลสั่งยุติการสำรวจบริเวณเทือกเขา Ararat และก็อนุญาตเฉพาะทีมสำรวจบางทีมที่รัฐบาลเห็นว่าไว้ใจได้ เข้าไปด้อมๆมองๆได้ แต่ก็ต้องอยู่ในสายตาของทางทหารตลอดเวลา
ในปี 1984 Ron Wyatt ได้ชักชวน Jim Irwin และเพื่อนร่วมทีมอีกหลายคน กลับไปยังไซต์ขุดค้นทางโบราณคดี ซึ่งเคยเลิกราการขุดไปเมื่อปี 1959 ที่ผ่านมา การขุดค้นและสำรวจในครั้งนั้น มีการประกาศผลออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อปี 1960 หรือหนึ่งปีถัดมาว่า พบเรื่องราวคืบหน้า เกี่ยวกับสิ่งที่เชื่อว่าเป็นเรืออาร์คของโนอาห์ ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล Wyatt ใช้เวลาหลายครั้งในการเทียวสำรวจไซต์ขุดเจาะดังกล่าว และได้พบหลักฐานบางชิ้นที่น่าสนใจคือ แผ่นหินขนาดใหญ่ที่มีรูและรอยตัดถึง 11 ชิ้น แต่ละชิ้นหนักตั้งแต่ 4-10 ตัน หินเหล่านี้ทำหน้าที่ผูกติดเป็นสมอเรือ เพื่อยึดเรืออาร์ค (ขอเรียกแบบนี้ไปก่อนนะครับ) เอาไว้ โดยอาศัยเชือกและรูหรือรอยตัดดังกล่าว ก็มีไว้เพื่อให้เชือกลอดผ่านนั่นเอง หินเหล่านั้นอยู่ห่างจากบริเวณลำเรือราวๆ 10 ไมล์ ในตอนที่ค้นพบนั้น Wyatt เชื่อว่า โนอาห์คงเป็นคนตัดมันออกเมื่อเขาค้นพบว่า เข้าใกล้จะมองเห็นแผ่นดินที่ไม่ได้ถูกน้ำท่วมแล้ว
David Fasold หนึ่งในนักสำรวจที่ไปกับ Wyatt ได้อาศัยวิทยาการสมัยใหม่สำรวจเรืออาร์คอย่างยากลำบาก ด้วยเหตุที่เกือบทั้งหมดของมันจมไปกับน้ำแข็งแล้ว สิ่งที่ทำได้ จึงมีเพียงแต่ใช้เรดาร์มาสำรวจ และเก็บเอาชิ้นส่วนเล็กๆน้อยๆ ที่พอจะพบได้ ส่งไปที่ห้อง Lab เพื่อทำการวิจัยเท่านั้นเอง สิ่งที่เรดาร์บอกพวกเขาก็คือ มีวัตถุขนาดใหญ่บางอย่าง ฝังตัวอยู่ในเทือกเขา Ararat เจ้าวัตถุที่ว่ามีปฏิกิริยาของโลหะ และมีโครงสร้างกลวงอยู่ภายใน ดูคล้ายกับว่า มันถูกเจาะให้มีลักษณะคล้ายห้องยังไงยังงั้นล่ะครับ แต่ปัญหาสำคัญมันอยู่ที่สิ่งที่เป็นผลการสำรวจจากห้อง Lab ต่างหาก ชิ้นส่วนของสิ่งที่เชื่อว่าเป็นลำเรือนั้น ดูเหมือนไม้ที่กลายเป็นหินก็จริง แต่ว่ามันขาดสิ่งที่ไม้ทั่วไปตามธรรมชาติมี นั่นคือ วงแหวนการเจริญเติบโตนั่นเอง เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่งงเต็ก เพราะในไบเบิ้ลระบุว่า ลำเรือทำมาจากไม้ Gopher แต่เจ้าเรืออาร์คลำนี้ ดูยังไงก็ไม่ได้ทำจากไม้เลย-ครับ แต่ก็อีกนั่นแหละ ไบเบิ้ลถูกเล่าขานกันมานานปากต่อปาก บางทีการแปลจากต้นฉบับก็ต้องมีผิดเพี้ยนบ้าง บางที ไม้ Gopher ที่เอามาใช้สร้างเรือ อาจมาจากข้อมูลที่บัน -ทึกผิดๆต่อกันมาก็ได้ มันอาจจะทำจากหินหรือวัสดุคล้ายโลหะอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้
David Fasold ให้ข้อสังเกตุว่า เรืออาร์คลำดังกล่าว ไม่น่าจะใช่เรืออาร์คดังที่คิดกันไว้เสียแล้ว เพราะทั้งวัสดุที่ใช้สร้าง รวมไปถึงลักษณะของลำเรือ มันผิดไปจากแบบของเรือในยุคก่อนเมโสโปเตเมีย เอามากๆครับ ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ มันก็น่าจะมีเศษเสี้ยวอะไรที่เชื่อมเข้ากับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์บ้าง แต่ว่านี่ไม่เลย โดยเขานั้นก็ได้วิเคราะห์ชิ้นส่วนบางชิ้น ที่เชื่อกันว่าเป็นชิ้นส่วนจากลำเรือ และก็พบว่ามันมีส่วนผสมของโลหะอยู่ ภายใต้ความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญอย่าง Gene Collins แห่ง the De- partment of Geological Sciences ผลจากการเทสต์ถึง 2 ครั้งพบว่า มันเป็นวัสดุที่เกิดจากธรรมชาติโดยแท้ ส่วนเจ้าสมอเรือที่ค้นพบนั้นเล่าครับ มันก็ไม่ได้เป็นอะไรเลยนอกจาก หินธรรมดาที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่แถบนั้น เป็นผลงานของธรรมชาติอีกตามเคยครับ ไม่ใช่สมอเรือที่เชื่อกันว่า โนอาห์นำมาจากดินแดนเมโสโปเตเมีย อันเป็นที่ๆเขาหนีน้ำท่วมมาแต่อย่างใด
ผลสรุปที่ออกมาคือ เจ้าสิ่งที่ทีมสำรวจค้นพบในตอนหลังนั้น เป็นสิ่งที่เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติครับ สภาพภูมิอากาศ การกัดกร่อน และความเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา ทำให้หินปนโลหะแท่มหึมา กลายมาเป็นลำเรือขึ้นมาลำหนึ่ง มหัศจรรย์นะครับธรรมชาติเนี่ย แม้ว่า Wyatt จะได้นำแผ่นจารึกโบราณ ซึ่งค้นพบบริเวณที่เชื่อว่าลำเรือฝังตัวอยู่ มาแสดงต่อสาธารณชน นักโบราณคดีก็ยังคงสรุปออกมาว่า มันเป็นแผ่นจารึกของนักท่องเที่ยวโบราณ ที่ทิ้งเอาไว้ในบริเวณที่พวกเขา ขึ้นไปสำรวจสิ่งที่พวกเขาเชื่อกันว่า เป็นเรืออาร์คอันศักดิ์สิทธิ์เสียมากกว่า
ภาพถ่ายที่เคยถ่ายได้เมื่อปี 1949 ที่แสดงให้เห็น "สิ่งผิดปกติ" บางอย่างบนเทือกเขา Ararat ก่อนที่มันจะถูกฝังไปด้วยพายุหิมะที่พัดอยู่ตลอดปี
ท้ายที่สุด ก็ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่า เรืออาร์คของโนอาห์ อยู่บริเวณใดกันแน่ จนกว่าสักวันที่ใครสักคนค้นพบเรือความยาว 450 ฟุต บนยอดเขา Ararat หรือ พบเรือที่จมอยู่ใต้ทะเลดำ หรือ ที่ใดที่หนึ่งซึ่งนักล่าสมบัติกำลังค้นหาเรือาร์คของโนอาห์นั่นแหละครับ เรื่องทุกอย่างจึงจะยุติลง
แนะวิธีการเรียนเก๋ง
การเรียนเก่ง ในที่นี้ หมายถึง เรียนเก่งกว่าเดิม กล่าวคือเมื่อนักเรียนได้รับรู้วิธีการที่จะทำให้เรียนเก่งขึ้น และปฎิบัติได้ตลอดไปนักเรียนผู้นั้นก็จะเข้าใจในบทเรียน และสอบได้คะแนนดีขึ้น การที่จะเรียนเก่งขึ้นได้นั้นต้องฝึกตนเองให้สัมพันธ์กับสิ่งเหล่านี้คือ
1. การแบ่งเวลา
2. การทำการบ้าน
3. วิธีทบทวนบทเรียน
4 . ห้องสมุดกับการเรียนเก่ง
5. การดูหนังสือเตรียมสอบ
6. การพัฒนาความจำเพื่อให้เรียนเก่งหากนักเรียนคนใดสามารถปฎิบัติได้ตามหลักเกณฑ์ ทั้ง 6 ข้อนี้ จะต้องมีผลการเรียนที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน
ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน


ปัญหาในวัยรุ่น
วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552
ยอดเขาเอเวอร์เรสต์

ยอดเขาเอเวอร์เรสต์ สถานที่ตั้งเทือกเขาหิมาลัย ประเทศเนปาล ปัจจุบันสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก คือ ยอดเขาเอเวอร์เรสต์ (Everest) สูง 8848 เมตร (29,028 ฟุต) จุดสูงสุดของโลกตั้งอยู่บนรอยต่อระหว่างเนปาลและทิเบตชาวเนปาลเรียกยอดเขานี้ว่า สการ์มาถา (Sagarmatha-ยอดเขาพระสมุทร) ส่วนชาวทิเบตเรียก โชโมลุงกะมา (Chomolungma-พระแม่เจ้า) ส่วนชื่อภาษาอังกฤษมาจากนายพลนักสำรวจชาวอังกฤษ จอร์จ เอเวอร์เรสต์ (George Everest) ซึ่งมาปฏิบัติงานในอินเดียราวช่วงปลายศตวรรษที่ 19 แต่นักปีนเขาคณะแรกที่สามารถพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์ได้สำเร็จก็คือ เซอร์เอ็ดมันด์ ฮิลลารี (Sir Edmund Hillary) ชาวนิวซีแลนด์ และเตนจิง นอร์เก (Tenzing Norgay) ชาวเชอร์ปา เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1953
ปริศนาสามเหลื่ยมเบอร์มิวดา

เหนือท้องทะเลแห่งนี้มีแต่ความอ้างว้างเงียบเหงา คล้ายกับสุสานใหญ่ที่มองจรดขอบฟ้าไปทุกด้าน ไม่มีแรงลม พอที่จะพัดพาเรือให้แล่นไปได้ ใต้พื้นน้ำเต็มไปด้วยสาหร่ายทะเลอย่างหนาทึบ ซึ่งยึดเรือทั้งหลายให้หยุดนิ่งอย่างกับกำลังมหาศาลของหนวดปลาหมึกยักษ์ ท้องทะเลบางแห่งก็ตื้นเขินซึ่งเป็นที่อาศัยของสัตว์ประหลาดมหึมาหลายสิบชนิด และบางครั้งมันก็ว่ายน้ำ เข้ามาทำลายเรือทั้งลำให้กลายเป็นผุยผงไปในพริบตา
เรือกูดนิว ซึ่งเป็นเรือลากจูงเครื่องดีเซล ซึ่งได้ทำสงครามชักคะเยอ กับพลังลึกลับในสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา และสามารถรอดพ้นอันตรายมาได้
ความลี้ลับของสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา
สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาเป็นอาณาบริเวณส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแอ็ตแลนติคภาคตะวันตก พื้นที่ทั้งหมดเริ่มจาก ตอนเหนือของเบอร์มิวดาไปถึงตอนใต้ของรัฐฟลอริดา-และจากฟลอริดามุ่งตรงไปทางตะวันออกทำมุมสี่สิบองศากับเส้นรุ้ง ผ่านบาฮามัสและเปอร์โตริโก จากนั้นก็ย้อนเฉียงกลับไปสู่ทางใต้ตอนเหนือของเบอร์มิวดาอีกซึ่งทำให้อาณาบริเวณแห่งนี้ กลายเป็นรูปสามเหลี่ยม และอาณาบริเวณรูปสามเหลี่ยมแห่งนี้เองที่เป็นแหล่งกำเนิด ปรากฏการณ์ อันลี้ลับ มหัศจรรย์ขึ้น ในยุคอวกาศของชาวเรา ในปัจจุบันเป็นสิ่งลึกลับและเหลือเชื่อหากจะบอกท่านว่า เริ่มตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ในปี ค.ศ. 1945 มาจนถึงปัจจุบัน เครื่องบินจำนวนกว่า 100 เครื่อง และเรือเดินสมุทร จำนวนอีกมากหลายได้ หายไปในบรรยากาศ และพื้นทะเลของสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาแห่งนี้โดยไม่มีร่องรอย ชีวิตมนุษย์จำนวนพัน ในระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา ได้หายไปพร้อมกับ พาหนะโดยไม่มีซากศพ แม้แต่รายเดียว หรือเศษชิ้นส่วนใดๆของเรือ หรือเครื่องบินที่หายไปเหลือให้เห็น การหายสาบสูญของเรือ เครื่องบิน และชีวิตมนุษย์ ในบริเวณดินแดนสามเหลี่ยม เบอร์มิวดายังคงปรากฏอยู่ต่อไป และมีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ชาติต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสูญเสียเหล่านี้ ต่างก็พยายามดำเนินการค้นคว้า ก็หาสาเหตุแห่งปรากฏการณ์อันประหลาดและลึกลับนี้อย่างเร่งด่วน แต่ก็ไม่มีใคร สามารถบอกสาเหตุ และหาทางป้องกัน จากภัยที่เกิดขึ้นในบริเวณท้องทะเลแห่งนี้ได้ไม่
เครื่องบินที่หายไปเหนือพื้นทะเลแห่งนี้ ส่วนมากก่อนที่จะหายการติดต่อกับฐานปฏิบัติการณ์ หรือสถานีปลายทางเป็นไปอย่างปกติ และสภาพของบรรยากาศ และทัศนะวิสัย ก็สงบ และแจ่มใสดี ไม่มีวี่แววของพายุร้ายใดๆ แต่แล้ว เมื่อถึงบทจะหายเครื่องบินเหล่านั้นก็จะหายไปอย่างฉับพลันโดยไม่มีร่องรอย ซึ่งนักบินก็ไม่มีโอกาสที่จะแจ้งข่าว-ทาง วิทยุให้หน่วยควบคุม การบินทราบได้ แต่ก็มีเป็นจำนวนมากเหมือนกัน ก่อนที่เครื่องบินจะหายสาบสูญ นักบินมีเวลาพอที่จะแจ้งข่าวผิดปกติมายังฐานปฏิบัติการได้ ซึ่งทุกรายต่างก็แจ้งตรงกันทั้งหมดว่า ไม่สามารถควบคุมกลไกต่างๆ ให้ดำเนินไปตามปกติได้ เข็มทิศประจำเครื่องจะหมุนปั่นไม่สามารถบอกทิศทางได้ ท้องฟ้าจะกลายเป็นสีเหลือง และมองดูคล้ายหมอกหนาทีบ ทั้งๆ ที่เป็นวันที่บรรยากาศแจ่มใส และแดดส่องจ้ามาก่อน และท้องทะเลซึ่งเงียบสงบ กลับปั่นป่วน ขึ้นมาโดยไม่อาจจะทราบสาเหตุได้
เครื่องบินแบบเดียวกับเครื่องบินทั้ง 5 ลำ ของฝูงบินที่ 19 ที่หายสาบสูญไปทั้งฝูง พร้อมทั้งชีวิตนักบินและพลเรือนประจำ เครื่องรวม 14 นาย ในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 1945
เครื่องบินแบบ kc 135 ของกองทัพอากาศสหรัฐได้หายไป 2 เครื่องในเวลาเดียวกันเมื่อเดิน สิงหาคม 1963
อุบัติการณ์ ลึกลับที่ไม่อาจให้คำอธิบายได้ เกี่ยวกับการสาบสูญของเรือเดินสมุทร และ เครื่องบินเป็นจำนวนมาก ในดินแดนแห่งสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาก็ยังคงเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ได้ขาด จนกระทั่งในปัจจุบัน ทุกครั้งที่ได้รับรายงานการสูญหาย หน่วยยามฝั่งที่เจ็ด ของกองทัพเรือสหรัฐ จะทำการค้นหาร่องรอยอย่างละเอียดละออ แต่ก็ประสบความ ล้มเหลวที่จะพบพยานหลักฐานซึ่งจะนำไปสู่การไขปัญหาลึกลับนี้ได้ทุกครั้ง และในที่สุดกองทัพเรือสหรัฐก็ได้เก็บเรื่องเหล่านี ้ไว้เป็นความลับ ไม่ยอมเปิดเผยหรือให้คำวิจารณ์ใดๆ แก่ประชาชน ที่อยากรู้อยากเห็นว่า อุบัติการณ์ ลึกลับเหล่านั้น เกี่ยวข้องกับความอาถรรพ์ของดินแดนแห่งสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาหรือไม่ แต่ทั้งๆ ที่กองทัพเรือสหรัฐพยา-ยามจะปกปิด เรื่องราวเหล่านี้ไว้ ประชาชนทั่วไปก็เริ่มรู้ระแคะระคาย ต่างๆ และเชื่อว่า จะต้องมีแรงอาถรรพ์ หรือพลังอำนาจอันลึกลับ อย่างหนึ่งอย่างใด ภายในบริเวณ สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาอย่างแน่นอน และยิ่งปรากฏว่าเมื่อเร็วๆนี้ได้มีข่าวรายงานว่ามีนักบิน และนักเดินเรือบางคนได้รอดชีวิตมาจากปรากฏการณ์สยองขวัญ ในดินแดนของสาม -เหลี่ยมเบอร์มิวดา จึงทำให้ เกิดการฮือฮากันใหญ่ในขณะนี้ แต่อย่างไรก็ดีจวบจนกระทั่งบัดนี้หาได้มีผู้ใดที่สามารถให้คำอธิบายแจ่มชัด เกี่ยวแก่ความลึกลับ และความอาถรรพ์ของสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาได้ และการสาบสูญ ก็ยังคงปรากฏอยู่ต่อไป โดยไม่มีทางป้องกันหรือขัดขวางได้
วิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นด้วยหลักการ
ในบางกรณี หากวิเคราะห์ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับการหาบสาบสูญของเรือเดินสมุทรและเครื่องบินในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา จะพบว่าหาเป็นเรื่องประหลาดลึกลับแต่อย่างใดไม่เพราะเครื่องบินแต่ละลำ เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับความกว้างใหญ่สุดคณานับของพื้นมหาสมุทรโลกแล้ว ก็เปรียบเสมือนฝุ่นละอองที่ล่องลอย อยู่ในห้องโถงใหญ่ น้ำในมหาสมุทรก็ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ แต่มีการเคลื่อนไหว กระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีม มีอัตราความเร็วกว่าสี่ไมล์ต่อชั่วโมง
ในท้องทะเลนอกฝั่งบาฮามัสมีสิ่งแปลกประหลาดอยู่สิ่งหนึ่งที่นักประดาน้ำ มักจะพบเห็นอยู่บ่อย ๆซึ่งพวกเขาเรียกว่า "ปล่องน้ำเงิน" จะปรากฏอยู่ตามหุบผาใต้น้ำและ -แหล่งหินประการัง มีลักษณะเป็นอุโมงค์หรือปล่องใต้ทะเล โดยทั่วไปเป็นที่อยู่ของปลาที่ไม่ค่อยได้พบกันที่ผิวน้ำ ปล่องเหล่านี้เชื่อว่า เกิดจากถ้ำหินประการังถูกกัดกร่อนด้วย -กระแสน้ำใต้ทะเลมาเป็นเวลานับหมื่นปี เคยมีนักประดาน้ำดำลงไป สำรวจปล่องต่างๆ นี้ พบว่าปล่องจำนวนมากต่างมีทางแยกออกไปในหลายทิศทาง ทำให้ปลาที่ว่ายวนอยู่ในนั้นเกิดสับสนถึงกับว่ายเอาครีบท้องขึ้นสู่เบื้องบน ยิ่งกว่านั้นยังพบว่ากระแสน้ำไหลเชี่ยวแรงเข้าสู่ส่วนลึกคล้ายถูกดูดด้วยกำลังอันมหาศาลซึ่งเป็นอันตราย ต่อนักประดาน้ำมาก และลักษณะการณ์เช่นนี้ทำให้น้ำบริเวณปากปล่องไหลวนเข้าไปภายในอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดการหมุนเป็นกรวยเหนือพื้นน้ำในลักษณะของวังน้ำวน ซึ่งสามารถจะดึงดูดเรือเล็กพร้อมด้วยคนบนเรือ ลงสู่ก้นอย่างรวดเร็ว
อีกทฤษฏีหนึ่ง เป็นทฤษฏีเกี่ยวกับลมพายุทอนาโดซึ่งเกิดเป็นครั้งคราว จะกวาดเรือและเครื่องบิน ให้จมลงสู่ก้นมหาสมุทรได้ไม่ยาก พายุทอร์นาโดเป็นพายุหมุนปั่นเอาน้ำทะเลหมุนเป็นเกลียวสูงนับร้อยๆ ฟุตกลางอากาศและหากมันเกิดตอนกลางคืน เครื่องบินที่บินอยู่ระดับต่ำอาจถูกกระแทกตกลงสู่ทะเลได้ ก็เพราะนักบินไม่สามารถจะมองเห็นได้ในระยะไกล ส่วนเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ที่จมหายนั้น เชื่อว่าอาจจะเกิดจากกระแสคลื่นมหึมา ที่เป็นผลมาจากแผ่นดินไหวใต้ทะเลก็ได้ เพราะคลื่นที่เกิดจากปรากฏการณ์เช่นนี้จะมีความสูงร่วมร้อยฟุตเลยที่เดียว
ปรากฏการณ์อย่างหนึ่งที่อาจเป็นอันตรายต่อเครื่องบินได้ คือ การผันแปรของอากาศอย่างทันทีทันใด ที่เรียกกันว่า "แค๊ท (Cat - clear air turbulenec)" โดยทั่วไปแล้ว "แค๊ท" จะเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่อาจจะคาดคะเน หรือทำการพยากรณ์ได้เช่นเดียวกับลักษณะภูมิอากาศ โดยทั่วไปมันจะเกิดขึ้นได้ทุกเวลาและทุกสภาวะอากาศ สาเหตุของปรากฏการณ์นี้ยังไม่ทราบกันแน่ชัด แต่เชื่อกันว่าหากมันเกิดขึ้นขณะที่กระแสลมพัดแรงและรวดเร็ว จะทำให้เกิดสูญญากาศบริเวณนั้นทันที ซึ่งหากเครื่องบินได้บินเข้าสู่บริเวณของมันก็อาจจะตกดิ่งสู่ทะเลได้ง่าย แต่อย่างไรก็ดี การผันแปรวิปริตของบรรยากาศทันทีทันใดในลักษณะเช่นนี้นั้น จะต้องไม่ใช่สาเหตุการหายสาบสูญ ของเครื่องบินทุกลำใน-บริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาเป็นแน่ เพราะปรากฏการณ์ "แค๊ท" จะไม่เป็นผลต่อการทำงานของเครื่องวัดต่างๆ และระบบการติดต่อทางวิทยุบนเครื่องบิน แต่ทุกครั้งที่เกิดเหตุ จะปรากฏว่าการติดต่อทางวิทยุได้เงียบหายไป
การแปรผันของสนามแม่เหล็กโลก ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตกได้เช่นเดียวกัน เพราะมันจะทำให้เกิดการผิดพลาดในการทำงานของเครื่องวัดระดับ และเข็มทิศประจำเครื่อง ในกรณีเช่นนี้นักบินไม่มีความสามารถพอก็อาจจะนำเครื่องบินดิ่งลงสู่มหาสมุทรได้ ยิ่งกว่านั้นปรากฏการณ์ต่างๆ ทางธรรมชาติอีกมากมายที่เราไม่อาจจะอธิบาย-หรือทราบสาเหตุของมันได้
หนังสือน่าอ่าน

กลอนบอกรัก
สำหรับใครที่บอกรักไม่เป็น ก็บอกรักโดยใช้กลอนก็ได้
ฉันก็มีมาให้อ่านดูว่าพอจะเอาไปใช่ได้หรือป่าว
ลองอ่านดูนะคร้า
วันนี้แหละที่เธอกำลังจะได้ฟังจากปากฉัน
เธออาจตกใจและบอกให้เป็นเพื่อนกัน
หรืออาจไหวหวั่นและรับพิจารณาหัวใจ
การสารภาพรัก มันเสี่ยง...ฉันก็รู้
แต่หัวใจบอกให้ลองดูดีกว่าเก็บมันเอาไว้
ถึงเธอไม่รักตอบ ฉันก็ได้ซื่อสัตย์กับหัวใจ
ในวันนี้ สะสมความรักจนเกินต้านไหว
ห้ามยังไงง...ก็ไม่ทัน ^ ^"
อาหารภาคเหนือ(อร่อยมาก)

นี้คือหน้าตาของน้ำพริกอ่องคะ
น้ำตกทีลอซู
ฉันอยากให้ทุกคนได้ไปดูคะ
ฉันไปมาแล้วมันสวยงามมากคะ(อยากให้ไปจริงคะ)
ก่อนที่ใครๆๆจะไปฉันอยากให้ทุกคนรู้ประวัติก่อนคร้า และมีรู้สวยๆๆมาให้ดูด้วยคะ

"น้ำตกทีลอซ ูเกิดจากลำห้วยกล้อท้อไหลมาจากผืนป่าบริเวณทิศตะวัตตกติดชายเแดนพม่า ลำน้ำทั้งสายตกลงจากหน้าผาสูงกลางป่าทึบของป่าทุ่งใหญ่ในเขตพื้นที่อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก เป็นน้ำตกที่ยิ่งใหญ่มีชื่อว่า น้ำตก ทีลอซู มีความสูงประมาณ 300 เมตร เมื่อภาพความสวยงามและยิ่งใหญ่ของน้ำตกทีลอซูปรากฎสู่สายตาแก่นักท่องเที่ยวจึงทำให้ชื่อเสียงของทีลอซูโด่งดังในเวลาอันรวดเร็ว ผู้คนมากมายต่างได้ยินเรื่องราวความยิ่งใหญ่ของน้ำตกทีลอซู ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวมากมายได้เข้าไปสัมผัสแล้วกลับมาบอกเล่าถึงความสวยงาม แต่เป็นที่น่าเสียดายที่น้ำตกทีลอซูที่เคยยิ่งในใหญ่ครั้งนั้นหดหายไปบ้างเนื่องจากเกิดหน้าผาถล่มเพราะฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน ปริมาณน้ำมีมาก หน้าผารับน้ำหนักไม่ไหวจึงถล่มพังลงมา นั่นเป็นเวลาที่ผ่านมานานแล้ว ถึงแม้หน้าผาน้ำตกจะถล่มไปแล้วถึงสองครั้งแต่ความสวยงามของที่ลอซูที่ยังหลงเหลืออยู่ก็ยังสวยงามเกินพอที่นักท่องเที่ยวจะได้เข้าไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต"
มีแผนที่บอกทางให้ด้วยคะ

ไปกันมากๆๆนะคะ
การมีความรัก
ไม่มีมันก็ดีอีกแบบคะ
การมีรักนี้ไม่ใช่ทำให้เราเสียการเรียน ถ้าเรารู้จักมันดี
"มีรักในวัยเรียนเหมื่อนจุดเทียนกลางสายฝน"
ฉันมีกลอนมาฝากทุกคนที่มีความรักคะ
"วันไหนที่เธอไม่เหลือใคร ฉันจะเป็นเเสงให้เธอนำทางไป ให้ถึงจุดหมายเเล้วฉันจะค่อยเป็น คนที่ปกป้องเธอ ไม่ให้ใครมาทำร้ายเธอถึงฉันจะเหลือลมหายใจ สุดท้ายฉันก็จะรักเธอตลอดไป"
นี้ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เอามาให้ได้อ่านกันคะ
ประการที่สำคัญของเศรษฐกิจพอเพียง
พระเจ้าอยู่หัวได้ทรงตั้งขึ้น ตามหลักของท่านก็ คือ
ประการที่สำคัญของเศรษฐกิจพอเพียง
1. พอมีพอกิน ปลูกพืชสวนครัวไว้กินเองบ้าง ปลูกไม้ผลไว้หลังบ้าน 2-3 ต้น พอที่จะมีไว้กินเองในครัวเรือน เหลือจึงขายไป
2. พออยู่พอใช้ ทำให้บ้านน่าอยู่ ปราศจากสารเคมี กลิ่นเหม็น ใช้แต่ของที่เป็นธรรมชาติ (ใช้จุลินทรีย์ผสมน้ำถูพื้นบ้าน จะสะอาดกว่าใช้น้ำยาเคมี) รายจ่ายลดลง สุขภาพจะดีขึ้น (ประหยัดค่ารักษาพยาบาล)
3. พออกพอใจ เราต้องรู้จักพอ รู้จักประมาณตน ไม่ใคร่อยากใคร่มีเช่นผู้อื่น เพราะเราจะหลงติดกับวัตถุ ปัญญาจะไม่เกิด " การจะเป็นเสือนั้นมันไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่เราพออยู่พอกิน และมีเศรษฐกิจการเป็นอยู่แบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกิน หมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียงกับตัวเอง "
"เศรษฐกิจพอเพียง" จะสำเร็จได้ด้วย "ความพอดีของตน"
นี้ก็เป็นหลักการของท่านที่ได้ทรงตั้งขึ้นมาให้ประชาชนคนไทยทุกคน
วันแม่(หนูรักแม่คร้า)
แม่คือทุกสิ่งของหนู
หนูมีกลอนมาฝากแม่คะ
จะเอาโลกเอาแผ่นดินสิ้นแผ่นฟ้า มาเปรียบกับคุณมารดาหาได้ไม่ พระคุณแม่มีค่ามากเหนืออื่นใด คอยห่วงใยใส่ใจทุกเวลา คำว่า (แม่) แม่คำนี้มีค่านักลูกตระหนัก ถึงพระคุณหนุนใฝ่หาคอยเลี้ยงดู ป้อนข้าวป้อนนมมา พระคุณหนาล้นพ้นเกินตอบแทน
หนูรักแม่มากคะ
แนะนำตัว
ชื่อเล่น บิว
คุณครูที่แนะนำ ครูวีระชน ไพสทย์
ที่มา ก็ต้องขอขอบคุณ คุณครูที่ได้แนะนำให้ทำ
การทำก็ไม่ยาก
